
เสียงสดับรับฟังแห่งราตรีกาล ณ แห่งห้วงวิมานสิเสน่หา จอมเจ้าราชาแทบ
วายปราณ เพียง คนึงคิดถึงเยาวมาลย์ ยอดดวงใจ เจ้าพิลาลัยสิ้นลม ทิ้งพี่เดียวดาย
ไร้เจ้าเคียงกาย ณ เพลา ใยเจ้าร้างราพี่ยอดดวงใจ ความผิดที่หลงเชื่อ คนมุ่งคิดริษยาเจ้า
ดาราแห่งดวงใจพี่ ตัดสินประหารเจ้าด้วยวิถีที่ผิด ธรรม ขอดวงวิญญาณเจ้าจง อภัยพี่
โดยพลัน แล้วพี่จะตามเป็นบ่วงบาทเจ้าทุกภพ เอย……….
น้ำตารินหลั่งแทบสายนที ที่มิหยุด มันได้ผลุดออกมาจากบุรุษที่ท่าทาง สง่า ผ่าเผย
ดูน่าย่ำเกรงในที บ่าสองข้างอันกำย่ำ ใบหน้าที่แสนจะคมเข้มด้วยคิ้วที่ดกดำขำ ร่างอันทรง
สง่า แลน่าพิจประดุจเทพบุตรจากเบื้องบนลงมาจุติ แต่ทว่า ณ ราตรีนี้เยี่ยงทรมานแทบสิ้นลมปราณ ผ่ามือทั้งสองได้ลูบพรหม บนใบหน้าของบุรุษ พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ออกมาจากลำคอ อย่างเเสนรวดลึก คำที่พร่ำเพ้อ ออกจาก วจี คล้ายเสียงคีตาเหมันต์ที่รัญจวน ที่คร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่รัก แท้จริงหรือ บุรุษที่เพียบพร้อมไปด้วยทุกอย่าง เสวยสุขอยู่บนบัลลังก์ทอง กับทุกข์ทรมานเยี่ยงนักโทษที่โดนทัณฒ์รอวันลาลับจากโลกนี้ไปด้วยดาบของเพชฆมาฒ ณ แดนประหาร แต่ทว่าบุรุษท่านนี้เสมือนสิ้นแล้ววจีที่เอ่ย รอวันที่จากลาโลกนี้ไปเพื่อตามหาสิ่งที่พรากจาก เขาไป
เสียงลมโชยมาทางหน้าต่างที่รับกับผ้าม่านอันแสนพิจิตรที่ประดับไว้เพื่อเจ้าชีวิตในแผ่นดิน ได้ปะทะกับร่างบุรุษท่านนี้พร้อมกับ เสียงครางที่แผ่วพร่าออกมาจากปากที่ความจำนรรจ์ ปรารภถนาที่จะเอื้อนเอ่ยออกมมาเป็นคำมั่นสัญญาชั่วฟ้าดินสลาย……
“ด้วยใจอันภักดิ์ต่อเจ้ามิวางวาย เจ้าเขมิกา แห่งข้า เยี่ยงภพหน้ามีจริง พี่ขอเป็นที่พักแอบอิงให้กับเจ้า ให้เจ้าเขมิกายอดกัลยาแนบชิด ให้เจ้าเขมิกาลิขิตชีวิตพี่ เพียงเจ้าองค์กัลยาของพี่มีสุขเปี่ยมแท้ ตัวพี่ขอเป็นทาสเบื้องบาทรับใช้เจ้าทุกภพ ชาติไป ความผิดที่พี่ได้กระทำ พี่พึงรับการกระทำอันโง่เขลา เพียงเพราะพี่นี้หนา ปัญญาเบา ขลาดเขลาไม่ไตร่ตรอง เจ้าเขมมิกากัลยาของพี่ เจ้าจงรอการจุติพร้อมพี่มั่นคง ต่อไป ภพหน้าคงได้พบเจ้าเป็นแน่แท้ ขอเทพยดาเทพารักษ์แห่งศรีสุโขทัย พร้อมด้วยเบื้องบนแลเบื้องล่างทั่วทั้งทิพยวิมานร่วมเป็นพยานกับตัวข้าที่กล่าว ณ มั่นคง ด้วยข้า ศรีสิโนรสเจ้า แห่งกษัตริย์เจ้าสุโขท้ย น้อมรับคำที่กล่าววจี” พลันสิ้นสุรเสียงแห่งราชัน ก็ได้มีลมพลันวูบผ่านมาที่หน้าต่างแห่งองค์ราชันพร้อมกับกระแสแห่งสายฟ้าฟาบฟาด ได้ทิ้งกระแสลงที่พื้นดินแห่งศรีสุโขทัยโดยที่ไม่มีเค้าฝนส่อเค้าว่าจะตก ฤาคำแห่งสัตตายาธิฐานนั้นได้เป็นจริง แต่สายฟ้าที่ฟาดลงโดยไร้พระพิรุณโปรยปรายทำให้ประชาราษฎร์แห่งศรีสุโขทัย พลันตกใจและโจษร้องกันระหม อันว่าอาเพศได้บังเกิดจากการที่ได้สูญเสีย พระแม่ศรีเขมมิกาเจ้าผู้เมตตา ที่เปรียบเสมือนแก้วมณีที่สาดส่องไปทั่วหล้าพลันอาเพศก็บังเกิด เช่นนี้
ณ บัดนี้สายตาแลไปในสิ่งที่บังเกิดขึ้นในเบื้องหน้าของพระศรีสิโนรสเจ้า ทำให้โอษฐ์แห่งจ้าวชีวิตของศรีสุโขทัย ได้เอื้อนเอ่ยมาว่า
“ ณ ราตรีที่ข้าได้ไร้นางเจ้าเขมมิกาเคียงกาย และองค์เทพทวยไท้ได้รับรู้เป็นนิรันดร์แล้วว่า สัจจาแห่งข้าเป็นนิรันดร์และมั่นคงไท้ เพียงอภินิหารได้บังเกิดข้าเยี่ยงรู้
ต่อแต่นี้ไป ข้าจะทรงพากเพียรแห่งพุทธศาสนาอย่างเยี่ยงนางเจ้าเขมมิกา เพื่อเป็นสัญญาแห่งการเริ่มต้นการลบล้างความผิดที่ข้าได้กระทำต่อนาง ข้าจักบำรุงพุทธสถาน บำรุงพระ
สงฆ์ บำรุงประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรมและมั่นคง ข้าจักตามเจ้า นางแห่งข้า เจ้า
เขมมิกา.”
……………………………………………………………………………………….
“จา จา จา ตื่นเร็วทำไมมานอนที่ห้องรับแขกหล่ะป้าได้เตรียมห้องให้เราแล้วไม่ใช่เหรอตั้งแต่ เมื่อวาน แล้วนี่อะไรหนังสือและกระดาษวางเกลื่อนกลาดไปหมดเลย”นาจิตรลดาผู้เป็นป้าของ จารุวาด กรนเสียงคล้ายดุจารุวาด เพราะนางนั้นเเสนที่จะอาทรในหลานนาง ยิ่งนักเมื่อเห็นจารุวาดหลับสนิทท่ามกลางโน๊ตบุ๊คและหนังสือวางระเกะระกะยิ่งทำให้นางยิ่งย้อนไปถึงอดีตตอนที่จารุวาดเรียนปริญญา นางเองจะเห็นหลานสาวที่เปรียบเสมือนบุตรีคนหนึ่งของนางต้องทำงานและเรียนไปพร้อมๆกัน ถึงภาระที่จารุวาดพึงมีที่จะได้รับนั้นนักหนาเป็นกิจวัตร นางจิตรลดาเองไม่เคยเห็นความอ่อนล้าที่จะแสดงออกมาให้นางได้เห็นของจารุวาดเอง เพราะนางรู้ดีว่า จารุวาดของนางนั้นแสนที่จะเก็บความรู้สึกไว้ได้เพียงลำพังผู้เดียว ซึ่งตรงข้ามกับการที่จารุวาดพร้อมที่จะช่วยเหลือหรีอให้คำปรึกษาใครได้ทุกเมื่อ กับทุกๆคน แต่หลานอันเป็นเยี่ยงบตรีของนางนั้นเหล่า ไม่เคยไว้วางใจใครเลย บ้างครั้งแม้กระทั่งนางเอง คล้ายกับจารุวาดอยู่โลกที่มีเพียงเธอเพียงลำพัง แลคล้ายกับจารุวาดตั้งตารอใครสักคนที่เธอรอมาเนิ่นนาน นางจิตรลดา เดาเหตุการณ์ได้เช่นนี้ เพราะยามที่จารุวาดละเมอเธอจะเพ้อถึงใครคนหนึ่งเป็นประจำ แต่ครั้นนางจิตรลดาจะระลึกให้ได้นางพลันลืมเสียง่ายดายคล้ายกับอะไรบ้างอย่างแสร้งให้นางต้องลืมทันพลัน บางครั้นแห่งห้วงความคิดของนางเอง นางคล้ายจะรู้สึกว่าจารุวาดล่วงรู้ความคิดของนางเองได้เด่นชัดโดยทีนางไม่ได้เอ่ยปากกล่าวแต่อย่างไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น